คำตอบ
posted on 29 May 2008 12:49 by pratwo in MindFeelingเมื่อวานไปธุระ แถวบ้านแม่ เลยแวะเข้าไป
ก่อนที่จะต้องกลับมาทำงานยามค่ำคืนที่ห้องต่อ
กลับไปถึงบ้านก็เกือบสองทุ่มแล้ว
บรรยากาศโดยรอบมืด มีแต่ไฟในตัวบ้านสว่าง
ไปถึงก็เห็นป๋านั่งตรงชานหน้าบ้านคนเดียว
ส่วนแม่ พี่และหลานก็นั่งอยู่ในบ้าน
พอได้ยินเสียงรถเท่านั้นก็ออกมายืนชานหน้าบ้านกันใหญ่
พอเห็นเป็นเราเท่านั้น... รอยยิ้มก็ปรากฏบนใบหน้าคนทั้งบ้าน
เนื่องจากเราไม่ได้กลับบ้านมาเป็นเดือนแล้ว
กลับไปบ้านคราวนี้ เห็นอะไรหลายๆ อย่างเปลี่ยนแปลง
ป๋าถางหญ้าที่งอกใหม่จนแลดูสะอาดตา
แม่ซื้อบ่อน้ำสำเร็จรูปวงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณเมตรกว่า
จะทำบ่อน้ำหน้าบ้านในเสาร์อาทิตย์ที่จะถึง
แม่เล่าถึงแผนการที่จะทำบ่อให้ฟังอย่างเบ็ดเสร็จ
คิดตามภาพแล้วสวยงามมิใช่เล่น..ก็เลยให้รางวัลแม่ด้วยการหยิกแก้มย้อยไปหลายที
ก่อนแม่จะวกมาเล่าเรื่อง
ต้นมะม่วงมหาชนกที่เราปลูกไว้เกือบปี ออกช่อซะแล้ว
ต้นดาหลาก็สูงเอาสูงเอา เพียงกอเดียว (อีกสองกอเตี้ยเหลือเกิน)
ต้นมะละกอก็ออกลูกซะดกจนกินไม่ทัน
เชอรี่ไทยก็ออกดอกออกลูกเปรี้ยวให้เก็บกินผล
แถมพืชพักสวนครัวทั้งหลายก็โตจนเก็บมาทำอาหารกินได้
เรานั่งอยู่ที่ชานระเบียงหน้าบ้าน
นั่งมองฝ่าความมืด
มองผ่านต้นหมากสูงที่ยืนเรียงเว้นระยะพองาม...ริมถนนหน้าบ้าน
มองท้องฟ้า ทีมืดไร้ดวงดาว เห็นเพียงเสี้ยวของพระจันทร์
ที่หลุดลอดจากเมฆดำทึบที่ทาบทับ
ก่อนละสายตามองตามแสงแวบๆ ของหิ้งห้อย ที่บินสูงบินต่ำ
เกาะใบต้นไม้ใหญ่บ้าง เหนือยอดหญ้าที่ชูใบปลิวตามแรงลม
ส่องแสงสว่างกระจิดริดกระพริบท้าทายความมืดโดยรอบ
สูดลมหายใจ สูดอากาศรอบตัวเข้าสู่ร่างกาย
ซึมซับอากาศที่บริสุทธิ์
อาการเหนื่อยล้าจากงานที่เคร่งเครียดมาทั้งวัน
เริ่มคลายลง...ด้วยออกซิเจนที่เข้าไปวนเวียนหล่อเลี้ยงร่างกาย
หัวใจเริ่มสงบ...
ก่อนที่รอยยิ้มจะพุดขึ้นบนใบหน้าที่ถูกความอ่อนล้าเข้ามาแฝง
เหนื่อย...เริ่มหาย
ความอ่อนล้า...เริ่มจาง
ความอิ่มเอิบ...ทดแทน
ความสำเร็จ...เห็นเป็นรูปร่าง
ความรู้สึกที่เกาะกุมหัวใจ
กับภาระหนัก ๆ ในรอบปีที่ผ่านมา
คำถาม ที่วนเวียนถามตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า
เราทำอะไร...เพื่ออะไร
ทำไมต้องเหนื่อยอย่างนี้...
ความอิสระสูญหาย..ไปกับที่ดินและบ้านหลังนี้
กี่ครั้งแล้ว...ที่น้ำตาแห่งความน้อยใจไหลรินจากตา
อย่างเดียวดาย และเหงา เหงา
กี่ครั้งแล้ว ที่ต้องทนกับอารมณ์หุนหัน ร้อนแรง
เดือดดาลที่เกิดขึ้นง่ายกว่าที่เคยเป็นของตัวเอง
ในยามที่ภาระที่หนักในรอบเดือนวนเวียนมาถึง
สูดลมหายใจช้า.......เข้าปอดลึกๆ
มองไปรอบ ๆ ลมเย็นที่พัดผ่านร่างกาย
ให้ความรู้สึกเย็นสบาย
หันไปมองป๋าแม่ที่นั่งเงียบ ๆ
แววตา.. แววตาดวงนั้นที่จ้องมองลึก ๆ ลงไป
ดวงตาที่เปรี่ยมด้วยความสุข
ไม่เหนื่อยล้า ไม่ท้อแท้ และกังวลอย่างที่เคยเห็น
มองมือที่เหี่ยวย่น แก้มที่ย้วยและย้อยไปตามวัย
ผมสีขาวที่แซมด้วยสีดำ
ใช่...สิ่งนี้คือคำตอบ
เป็นความฝัน ตั้งแต่ ยังเยาว์วัย
มีที่ดินสักผืน มีบ้านเล็ก ๆ สักหลัง
เป็นที่ ที่ พ่อแม่พี่และน้อง ได้อยู่รวมกัน
ครอบครัวที่ปราศจากความขัดแย้ง
ครอบครัวที่ทุกคนช่วยกันหล่อเลี้ยงด้วยความรักและเข้าใจ
ครอบครัวของฉัน......พ่อแม่ของฉัน
ด้วยสองมือ สองใจ และขาที่ยืนหยัดของลูก ๆ
ที่จะหยิบยื่น ความงดงามกลับไป........กลับคืนไปสู่
สองเต้าที่หล่อเลี้ยง คำอบรม ของแม่
สองมือ สองขา และแรงกายของป๋า
นั่น.......คือคำตอบคือสิ่งที่ต้องทำ........และก็คิดทำ
วันนี้............แววตาของป๋าและแม่
ที่ฉายมองตอบกลับมา...........
คือคำตอบของ ของ คำถาม ที่วนเวียนถามตัวเองตลอดมา
ว่า ทำไม เพื่ออะไร คุ้มไหม.......
ไม่มีคำตอบใดเป็นคำพูด.........มีเพียงหัวใจ
ความรู้สึก ที่ซึมซับและรับทราบได้จากแววตา
ว่า.........หัวใจของฉันสุขแค่ไหน
และคำตอบที่ทำให้รู้ว่า..... วันนี้ฉันเหนื่อยฟรีไหม
คิดแล้วนึกถึงความโชคดี
โชคดีที่เกิดมาเป็นคนไทย
โชคดีที่ได้อยู่บนผืนแผ่นดินแผ่นนี้
แล้วมีโอกาสได้เป็นเจ้าของผืนดินผืนน้อยและได้ปลูกบ้านหลังเล็ก
ขอบคุณดินที่โรยเมล็ดพันธ์ ปลูกต้นอะไรก็ขึ้น
ขอบคุณอากาศที่สดใส
ขอบคุณ.........สิ่งมีชีวิตที่วนเวียนอยู่รอบๆ กาย
เป็นเพื่อนร่วมโลกที่ไม่เคยทำร้ายกัน
ขอบคุณ...หัวใจของฉันที่ยังกล้าแกร่งและยังมีแรง
ที่เดินต่อ ต่อไป.....ให้ฉันได้สู้ สานความฝัน
ขอบคุณ..ความคิดดี ๆ ที่ถูกอบรมสั่งสอน..
ทำให้ฉันเป็นคน.........คนที่ไม่ได้เลวร้ายและทำลายใคร
เพื่อชีวิต.......และตัวตนของตัวเอง